Food waste ขยะเศษอาหาร ปัญหาระดับโลกที่ควรได้รับการแก้ไขจากพวกเราทุกคน

จากหัวข้อถกเถียงร้อนแรงในสภา ที่มีประเด็นมาจากภาพเหตุการณ์สมาชิกผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวโยงกับอาหาร จนทำให้มีคำว่า Food waste ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาระดับโลกที่เราทุกคนควรให้ความตระหนักและร่วมมือกันอย่างเร่งด่วนจริง ๆ เพราะเราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันโลกของเราแปรปรวนอย่างหนัก สภาพภูมิอากาศแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ล้วนมาจากผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมที่ได้รับจากน้ำมือมนุษย์นั่นเอง วันนี้ Justelounge จะมาชวนทำความรู้จัก Food waste คืออะไร และประชาชนคนตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะช่วยลดขยะเศษอาหารได้อย่างไรบ้าง 

ขยะเศษอาหารคืออะไร 

ขยะอาหาร ภาษาอังกฤษเรียกว่า Food waste คือ เศษอาหารที่เหลือจากการบริโภค หรือเหลือทิ้งจากส่วนปลายห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) ทั้งจากผู้ผลิต จัดจำหน่าย และผู้บริโภค

ขยะอาหารมีอะไรบ้าง 

ขยะอาหารมีทั้งในรูปแบบอาหารส่วนเกินและขยะอาหาร ที่ไม่ควรนำมาบริโภคต่อ เพราะอาจเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพได้ 

  • อาหารส่วนเกิน คือ อาหารที่มีมากจนเกินความต้องการ อาจซื้อมาตุนไว้มาเกินไป หรือซื้อซ้ำจนทานไม่ทัน ทานไม่หมด แล้วอาหารหมดอายุ หรือร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่ซื้อสต็อกของไว้มากเกินไป แล้วจำหน่ายไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด หรืออาหารแห้ง รวมไปถึงอาหารบุฟเฟต์ที่ยังทานได้แต่เหลือ และอาหารที่ถูกคัดทิ้งเพราะช้ำจากการบรรจุไม่ดี หรือสินค้าเน่าเสียจากการขนส่งที่ล่าช้า
  • ขยะอาหาร คือ เศษอาหารที่เหลือจากการบริโภค ถูกคัดหรือตัดทิ้งก่อนปรุง เศษผัก เปลือกผลไม้ อาหารสำหรับตกแต่งจาน และอาหารเน่าเสียเพราะการจัดเก็บไม่ดี 

ปัญหาขยะอาหารเกิดจากอะไร 

การจัดการของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า โรงงาน หรือองค์กรต่าง ๆ  พฤติกรรมการบริโภคที่ฟุ่มเฟือย ขาดการวางแผนจัดการอาหารที่เหมาะสม การซื้ออาหารมากเกินความจำเป็น รวมไปถึงความสับสนต่อวันหมดอายุบนฉลากสินค้า ทำให้ทิ้งอาหารที่ยังทานได้ เช่น การสับสนสัญลักษณระหว่าง Best before , Best by (BB) ที่หมายถึง คุณภาพหรือคุณค่าทางโภชนาการอาหารจะลดลงหลังวันผ่านที่ระบุแจ้งบนฉลาก แต่ยังสามารถทานได้โดยไม่เป็นอันตราย กับ Expiry date คือ อาหารหมดอายุหลังจากวันที่ระบุไว้ ห้ามบริโภคเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ซึ่งมักมีหลายคนทิ้งอาหารที่ยังไม่หมดอายุเพราะความเข้าใจผิด

ขยะอาหารส่งผลกระทบกับอะไรบ้าง 

การทิ้งขยะเศษอาหารที่มีจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน คือ การทำลายและทิ้งขว้างทรัพยากรและพลังงานจากธรรมชาติ เพราะทุกกระบวนการผลิตสินค้าอาหารล้วนแต่มีต้นทุนมากมาย เช่น 

  • สูญเสียพื้นที่ป่าไม้และทรัพยากรสัตว์ป่า จากการถางพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชในอุตสาหกรรม และการทำการเกษตร ฟาร์มสัตว์ ซึ่งพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกนำไปใช้ผลิตอาหารโดยสูญเปล่าในแต่ละปี มีมากถึงร้อยละ 28 ทั่วโลก  
  • สูญเสียทรัพยากรน้ำ เพราะการเกษตรจำเป็นต้องใชน้ำในปริมาณมหาศาลในการเจริญเติบโตของพืชผักทุกชนิด เช่น ผักกาด 1 หัว ที่ต้องใช้น้ำเฉลี่ยมากกว่า 100 ลิตร ดังนั้น หากทิ้งผักกาดที่รูปร่างไม่สวยงาม เป็นการทิ้งน้ำไปโดยสูญเปล่ากว่า 100 ลิตร ซึ่งยังไม่รวมไปถึงปุ๋ยบำรุงและแรงงาน 
  • การปนเปื้อนของดิน แหล่งน้ำ และอากาศ จากการใช้สารเคมีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง สารกำจัดศัตรูพืช 
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งในส่วนของการผลิต การแปรรูปอาหาร การเก็บรักษา บรรจุภัณฑ์ ตลอดไปจนถึงการขนส่ง ตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้บริโภคที่เป็นปลายทาง ล้วนแต่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 
  • ขยะอาหารที่ถูกทิ้งทั่วโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคคมนาคม หรือ ภาคการบินถึง 4 เท่า! 

ขยะอาหารกำจัดยังไงได้บ้าง

แยกขยะอินทรีย์ใส่ถุงต่างหาก ส่งต่อเทศบาล

เนื่องจากขยะอินทรีย์ คือ ขยะที่บูดเน่าเร็ว ย่อยสลายได้ง่าย และใช้เวลาย่อยสลายเร็วกว่าขยะประเภทอื่น ๆ ซึ่งกว่า 64% ของปริมาณขยะทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นขยะอินทรีย์ เช่น เศษผัก เศษเนื้อสัตว์ เศษอาหารต่าง ๆ เปลือกผลไม้ เศษใบไม้ เป็นต้น 

การแยกขยะ ช่วยให้มีขยะรีไซเคิลเพิ่มขึ้น แต่ลดปริมาณขยะลง ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน และลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เพราะขยะไม่ถูกปนเปื้อนจากเศษอาหาร ทำให้ง่ายต่อการนำขยะไปกำจัดได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่อีกด้วย 

เปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นอาหาร 

  • นำไปปลูกใหม่ : เศษผักบางชนิดสามารถนำส่วนที่เหลือ หรือส่วนที่เราไม่ใช้ไปปลูกใหม่ได้ เช่น โหระพา สะระแหน่ ตะไคร้ แมงลัก กระเทียม ขิง และอีกหลายชนิด โดยอาจใช้ในส่วนของต้น ใบ หรือกิ่ง นำไปเพาะชำ ปักลงดิน หรือแช่น้ำเพื่อให้รากงอกใหม่ก่อนนำไปลงดิน ให้งอกใหม่ วิธีนี้จะทำให้เรามีผักที่สะอาด สดใหม่ และปลอดสารพิษไว้บริโภค แถมยังช่วยประหยัดไปในตัว 
  • นำไปเลี้ยงสัตว์ :  ขยะเศษอาหารบางอย่างที่เรานำมาบริโภคต่อไม่ได้ แต่อาจนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ ซึ่งเศษอาหารเหลือจากการบริโภคของเราแต่ยังทานได้ เช่น ข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำซุป เศษเนื้อสัตว์ เศษผัก ผลไม้ และควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทของสัตว์แต่ละชนิด เช่น เศษผักและผลไม้นำไปเลี้ยงไก่และเป็ด เศษเนื้อสัตว์ไม่ติดกระดูกนำไปให้สุนัข หรือเศษอาหารชิ้นเล็ก ๆ นำไปเลี้ยงปลา เป็นต้น 
  • นำไปใช้ประโยชน์ต่อ : เศษอาหารบางชนิดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นต่อได้ เช่น กากกาแฟ นำไปใช้ทำความสะอาดวัสดุหรือพื้นผิว หรือนำไปใช้ดูดซับกลิ่นเหม็นอับในบริเวณต่าง ๆ หรือจะนำไปใช้สครับผิวก็ได้ผลดีเช่นกัน เปลือกไข่ใช้ผสมดินปลูกต้นไม้ หรือแยกน้ำมันที่ใช้แล้วจากการปรุงอาหารเทรวมกัน แล้วส่งต่อไปยังจุดที่ผลิตไบโอดีเซล เป็นต้น 
  • นำเศษอาหารไปทำปุ๋ย : แยกขยะอาหารที่มีความชื้นสูงออก เช่น น้ำแกง น้ำซุป น้ำผักผลไม้ เพื่อลดกลิ่นเหม็นเน่า จากนั้นหั่นเศษอาหารให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้การย่อยสลายเร็วขึ้น แล้วนำไปผสมกับเศษใบไม้ กิ่งไม้ ปุ๋ยคอกแห้ง กากกาแฟ (ให้ดูดความชื้น) และน้ำตาลหรือกากน้ำตาล เนื่องจากน้ำตาลเป็นอาหารของจุลินทรีย์ จะช่วยเร่งการย่อยสลายได้เร็วขึ้น คลุกให้เข้ากันจนแห้ง แล้วหมักทิ้งไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 วัน จะได้ปุ๋ยบำรุงดินดินสำหรับปลูกต้นไม้ หรือถ้าต้องการน้ำหมักชีวภาพให้ใช้เศษผักหรือเปลือกผลไม้ผสมกับการน้ำตาลและน้ำ หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไป จะได้น้ำหมักชีวภาพไว้ใช้รดน้ำบำรุงต้นไม้ 

ใช้เครื่องย่อยเศษอาหารเปลี่ยนให้เป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้

เครื่องย่อยเศษอาหาร คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะช่วยทำการเปลี่ยนขยะเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์อย่างรวดเร็ว จากการทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารแบบดั้งเดิม ที่ต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรืออาจนานเป็นเดือน ๆ แต่เครื่องย่อยขยะอาหารนี้กลับใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน! ช่วยกำจัดขยะอาหารให้ให้หมดไป แต่ได้ปุ๋ยออแกนิกจากขยะเศษอาหารฟรี ๆ ง่าย สะดวก รวดเร็ว แค่แยกน้ำออกไปทิ้งต่างหาก เทเฉพาะกากอาหารลงไปในเครื่อง กดปุ่มให้ทำงาน ก็เป็นอันเสร็จสรรพ ไม่มีกลิ่นเหม็นคอยรบกวนใจ หมดปัญหาเรื่องแมลงตอมถังขยะ ช่วยให้มีสุขอนามัยภายในบ้านที่ดี และยังช่วยลดการใช้ถุงขยะใส่เศษอาหาร ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง ที่สำคัญ เครื่องย่อยขยะเศษอาหารได้ถูกออกแบบให้มีขนาดกระทัดรัด เพื่อให้สะดวกต่อการติดตั้งได้ทุกรูปแบบการอาศัย แม้จะเป็นห้องเช่า หรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดก็ตาม เพียงเท่านี้ก็ได้ปุ๋ยคุณภาพดีบำรุงต้นไม้และพืชผัก แถมยังช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยรักษ์โลกได้ง่าย ๆ จากที่บ้านคุณเอง 

9 จุดเช็คอิน จัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2566 โดย วธ.

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และหน่วยในสังกัด ได้เผย 9 จุดเช็คอิน ที่มีการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 2566 จัดที่ไหนบ้าง ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 โดยมุ่งเน้นกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ได้สนุกและเพลิดเพลินแต่แฝงไปด้วยการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต ซึ่งสถานที่ต่าง ๆ จะส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม โดยได้รับความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ให้ผู้ปกครองได้พาบุตรหลานไปร่วมกิจกรรมวันเด็กปีนี้ มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลย 

1. ทำเนียบรัฐบาล 

กิจกรรมวันเด็กที่จัดโดย สำนักงานปลัด วธ. ร่วมมือกับร่วมมือกับทำเนียบรัฐบาล จัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสรต์ โบราณคดีไทย พร้อมรูปจำลองโบราณวัตุ ศิลปวัตถุ การฉายภาพยนตร์ โดยรถโรงหนังเฉลิมทัศน์ โรงภาพยนตร์เคลื่อนที่ ขนาด 100 ที่นั่ง 

2. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) 

สำนักงาน วธ.ร่วมมือกับ ศธ. จัดงานวันเด็กภายใต้แนวคิด “เด็กดีวิถีไทย” เพื่อมุ่งเน้นให้เยาวชนได้เรียรู้วิถีชีวิตแบบไทย เข้าใจและรู้หน้าที่บทบาทหน้าที่ของตนเอง ปลุกให้เด็กได้มีทักษะและความคิดที่ดี เป็นเด็กไทยยุคใหม่ที่มีความรับผิดชอบ รักชาติ รักสามัคคี เป็นพลเมืองไทยที่ดี และทำประโยชน์เพื่อสังคม 

3. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์และหอสมุดทั่วประเทศ 

งานวันเด็ก เสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 ทางกรมศิลปกร ได้เปิดให้น้อง ๆ หนู ๆ และผู้ที่สนใจได้เข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้ง 42 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ 10 แห่ง และ หอสมุดแห่งชาติ ส่วนกลางภูมิภาค 11 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

4. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน 

สำนังานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้จัดกิจกรรมวันเด็ก 2566 ในคอนเซ็ปต์ “เรียนรู้ดูหอศิลป์” มีการสอนและสาธิตการสรรสร้างงานศิลปะโดยผ่านในรูปแบบของเกมต่าง ๆ การแสดงศิลปะเรืองแสงและเงา สาธิตและสอนทำหนังสือ 3 มิติสำหรับเด็ก การแสดงการเล่านิทาน และการทำอาหาร ให้แก่เด็ก ๆ ที่มาร่วมงานในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.นี้ 

5. หออัครศิลปิน จังหวัดปทุมธานี 

วันเด็กปีนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม หุ่นกระบอกไทย ดนตรีไทย ดนตรีร่วมสมัย ชุดการแสดงถวายพระพร จินตลีลา ละครเวที และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย ให้เยาชนไทยได้สนุกและเพลิดเพลิน พร้อมกับร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นของรางวัลต่าง ๆ ในวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.2566  

6. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพ (จตุจักร) และ สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส 

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้มีการจัดกิจกรรมและการแสดงละครหุ่นเชิด ให้เด็ก ๆ ที่มาร่วมงานได้ชม สำหรับผู้ปกครองที่สนใจจะพาบุตรหลานเข้าร่วมในกิจกรรม สามารถสติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 1765

7. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร (องค์การมหาชน) 

ทางศูนย์ฯ มีการจัดกิจกรรมคุกกี้หลากกวัฒนธรรม โดยให้เด็ก ๆ ภายในงานได้ร่วมออกแบบและตกแต่งหน้าตาคุกกี้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย ให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสรรสร้าง เช่น ระบายสีหน้ากาก การลงสีกระถางดินเผา เพื่อเป็นเรียนรู้เรื่องการลงสีภาชนะดินเผา และการนำชมพื้นที่การเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 

8. หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) 

วันเด็ก เสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 นี้ ทางหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้มีการจัดฉายภาพยนตร์สำหรับเด็ก มี workshop การประดิษฐ์ของเล่นด้วยตนเองแบบง่าย ๆ โดยน้อง ๆ หนู ๆ จะทำเองคนเดียวทั้งหมด หรือผู้ปกครองร่วมช่วยกันทำ เพื่อสร้างเวลาดี ๆ ร่วมกัน และยังมีการสอยดาวภายในงานอีกด้วย รับรองว่าสนุกทั้งคุณหนูและคุณปกครองเลยค่ะ 

9. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ 

กิจกรรมวันเด็กที่มีการจัดแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมทั่วภูมิภาค การออกบูธเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีนาฏศิลป์ที่ร่วมมือกันระหว่าง วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี กับ องค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย , การแสดงชุดแขกแดงเกี้ยวยำหยี ของวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช ที่ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลท้ายสำเภา  และการแสดงกลางแจ้งของวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีการแสดงบนเวทีอีกมากมาย การประกวดท่องจำคำขวัญวันเด็ก 2566 พร้อมทั้งแจกรางวัล และของขวัญวันเด็กอีกเพียบ และไม่ต้องว่าเด็ก ๆ จะหมดแรง เพราะมีอาหาร ขนม และเครื่องดื่มแจกตลอดงาน 

4 พฤติกรรมที่จะทำให้คุณแก่แบบกะโหลกกะลา ลูกหลานไม่อยากเข้าใกล้

วัฒนธรรมของคนไทยแท้อันดีงามที่สืบเนื่องต่อกันมานั้น คือ การให้ความเคารพผู้อาวุโส นอบน้อมต่อผู้ใหญ่เช่น การยกมือไหว้ การเดินย่อเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่ เป็นต้น แต่เมื่อยุคสมัยผ่านไป สิ่งดีงามเหล่านั้นก็เลือนหายไปกับคนรุ่นใหม่ลงเรื่อย ๆ ด้วยหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งระบบการเลี้ยงดูที่ไม่ได้มีการอบรมใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่กับลูกเหมือนในอดีต ระบบสังคมที่เปลี่ยนไป แต่บางครั้งก็มีส่วนมาจากพฤติกรรมของคนวัยชรา

Continue reading “4 พฤติกรรมที่จะทำให้คุณแก่แบบกะโหลกกะลา ลูกหลานไม่อยากเข้าใกล้”