วิสาขบูชาคือวันอะไร สำคัญอย่างไรต่อพระพุทธศาสนา 

วันวิสาขบูชา ภาษาอังกฤษ คือ Visakha Bucha ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือ วันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (หากเดือนใดมีเดือน 8 สองหน จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญเดือน 7) ซี่งเป็นวันสำคัญต่อพุทธศาสนิกชนทั่วโลก และถูกยกให้เป็นวันสำคัญสากลระดับนานาชาติตามข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (Vesak Day) และยังเป็นวันหยุดทางราชการในหลาย ๆ ประเทศอีกด้วย 

pinl lotus in pool

ประวัติวันวิสาขบูชาโดยย่อ

วิสาขบูชา ย่อมาจาก วิสาขปุรณมีบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขบูชา และมีประวัติความเป็นมาแห่งวันวิสาขบูชาโดยย่อ ดังนี้ 

พระนางสิริมหามายา พระมเหสีแห่งพระเจ้าสุทโธทนะศากยราชา เมื่อทรงครรภ์ได้ 10 เดือน มีความประสงค์จะกลับไปประสูติพระราชบุตรที่เมืองเทวทหะซึ่งเป็นบ้านเกิด แต่ระหว่างการเดินทางได้ทรงเกิดเจ็บพระครรภ์ และได้ทรงประสูติพระโอรส ณ ใต้ร่มไม้สาละ โดยประทับยืนและจับกิ่งสาละด้วยพระหัตถ์ ครั้นประสูติแล้ว พระโอรสทรงเดิน 7 ก้าว โดยมีดอกบัวมารองรับพระบาท และได้พระนามว่า “สิทธัตถะ” 

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระชนม์มายุ 35 พรรษา ได้ตัดสินใจทรงผนวชด้วยตนเอง ทรงบำเพ็ญทุกกิริยาจนได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา (พุทธคยาในปัจจุบัน) หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จากนั้นได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนา โดยทรงเผยแพร่หลักธรรมคำสอนยังที่ต่าง ๆ ทั่วชมพูทวีปเป็นเวลา 45 ปี และ เสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อพระชนมายุ 80 พรรษา 

วันวิสาขบูชา ความสำคัญทางพุทธศาสนา 

วันวิสาขบูชา เหตุการณ์สำคัญอันน่าอัศจรรย์ของพระโคตมพุทธเจ้า ได้แก่ 

  • ซึ่งเป็นวันที่พระนางสิริมหามายาทรงให้กำเนิดเจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งถือเป็นวันเกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน 
  • วันตรัสรู้  วันที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก่อนโปรดสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ตามรอยพระองค์ 
  • วันปรินิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จขันธ์ปรินิพพาน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เช่นเดียวกัน แต่ต่างปี 

วันวิสาขบูชา หลักธรรมสำคัญมีอะไรบ้าง 

หลักธรรมสำคัญในวันวิสาขบูชา หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ได้ทรงสอนถึงเรื่องของ จตุราริยสัจ หรือ อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ความจริงของพระอริยบุคคล หรือ ความจริงที่ทำให้ผู้ที่เข้าถึงเป็นอริยะ อันเป็นหลักธรรมที่อธิบายสาเหตุแห่งความทุกข์ และ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา มีดังนี้ 

  • ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง หรือว่า ผู้ชาย 
  • สมุทัย คือ เหตุแห่งความทุกข์ เพราะความทุกข์ทุกประการย่อมมีสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีเหตุปัจจัย หลักธรรมข้อนี้จึงชี้ให้เห็นเหตุแห่งความทุกข์ เพื่อจะได้ละเว้น จะได้ไม่เกิดควาทุกข์ 
  • นิโรธ คือ ความดับทุกข์ การดับปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ 
  • มรรค คือ ข้อปฏิบัติที่ช่วยในการดับทุกข์ แก้ปัญาต่าง ๆ ให้หมดสิ้นไป ทำให้พ้นจากความทุกข์ 

เชื่อหรือไม่ ทรงคิ้วบอกนิสัยได้ เช็กหน่อยตรงแค่ไหนกันนะ

เพราะ คิ้ว คือ มงกุฏของใบหน้า ที่สาว ๆ จะต้องคำนึงถึงอันดับแรก ๆ ขององค์รวมใบหน้าที่ผู้หญิงให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ หลายปีที่ผ่านมา ปัญหาของคิ้ว แทบจะเป็นปัญหาใหญ่ในการแต่งหน้า หากคิ้วไม่ดี เขียนคิ้วไม่สวย คือไปต่อไม่ได้กันเลยล่ะ ต้องแก้ใหม่ หรือไม่ก็ยกเลิกนัด เพราะถ้าคิ้วไม่ปัง ทุกอย่างพังค่ะ  

แต่เชื่อไหม ลักษณะทรงคิ้วสามารถทายนิสัยคนได้ด้วยนะ เรามาเช็กกันหน่อยดีกว่า คิ้วทรงไหนนิสัยอย่างไร ตรงกับเราบ้างหรือเปล่า หรือจะไว้ใช้สังเกตเพื่อทำความรู้จักนิสัยคนรอบข้างมากขึ้นก็ได้ค่ะ มีทรงคิ้วบอกนิสัยแบบไหนกันบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า 

คิ้วทรงโค้ง 

ใครที่มีคิ้วลักษณะโค้งแบบสะพาน เป็นคนจิตใจดี ไม่มีเล่เหลี่ยม นึกถึงความรู้สึกคนอื่นเสมอ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เมื่อต้องเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องใดก็ตาม เขา/เธอ จะพยายามตัดสินใจในทางที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยมากที่สุด เพื่อลดความขัดแย้ง หรือเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดตามมาได้ 

คิ้วทรงสูง 

คนที่มีคิ้วทรงสูง ยกสูงขึ้น (ต่างจากทรงโค้ง) บ่งบอกว่าเป็นคนมีรสนิยม มีความ Perfectionist เข้าถึงศิลปะความงาม เมื่อมี่เรื่องต้องพิจารณาหรือตัดสินใจ จะค่อนข้างใช้เวลานาน เพราะจะตรึกตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อหาคำตอบหรือทางออกที่ดีที่สุด เพราะกลัวความผิดพลาด  

คิ้วทรงแหลม 

ใครที่มักตัดสินบางสิ่งบางอย่างจากอารมณ์ของตัวเองเป็นหลัก ลองสังเกตดูว่า มีคิ้วทรงแหลม หรือเปล่าน๊าา เพราะคนที่คื้วทรงแหลมมักจะใช้ความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้ง และไม่ว่าจะจัดการสิ่งใด หรือปัญหาใด ๆ ที่เข้ามาปะทะ เธอ / เขา จะจัดการมันอย่างกระตือรือร้นและรวดเร็ว โดยใช้ความคิดหรือตรรกะของตนเองเท่านั้นเป็นข้อตัดสิน 

คิ้วทรงยาว 

คนที่มีคิ้วทรงยาว บ่งบอกถึงจิตใจดี เป็นที่รักของของเพื่อน ๆ และคนรอบข้าง มี energy เยอะ สามารถรับมือกับความรู้สึกต่าง ๆ ของคนรอบตัวได้ดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และใคร ๆ ก็อยากคบหา 

คิ้วทรงสั้น 

คนที่มีคิ้วทรงสั้น ตรงข้ามกับ คนคิ้วทรงยาว แบบคนละขั้วไปเลยค่ะ โดยคนคิ้วทรงสั้นไม่ชอบที่จะต้องรับมือเรื่องดราม่าต่าง ๆ ขอเซย์โนว์และโบกมือลาไปจากจุดนั้นทันที (หากทำได้) เมื่อมีเรื่องดราม่าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เพราะไม่เก่งในการรับมือกับความรู้สึกต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของคนอื่น เช่น เพื่อนทะเลาะกับแฟน หรือ แม้แต่การถกปัญหาเพื่อช่วยกันหาคำตอบก็เช่นกัน คนแบบนี้มักมีเพื่อนน้อย 

คิ้วหนา

คนที่คิ้วหนา มีความมั่นใจในตนเอง เป็นตัวของตัวเองสูง นิสัยเด็ดขาด เข้าใจว่าตนเองสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่มีเหตุผลนะ แค่ไม่ปิดกั้นในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำ ส่วนใหญ่คนประเภทนี้จะชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ และมักจะเป็นนักกิจกรรมตัวยง 

คิ้วทรงบาง 

ผู้ที่มีคิ้วบาง บ๊าง บาง ไมว่าจะบางจากการถอนขน หรือ คิ้วบางจากการแว๊กซ์ แสดงให้เห็นว่าเป็นคนขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่ค่อยกล้าลุย ตรงข้ามกับประเภทคนคิ้วหนา แต่คนคิ้วบางมีความอ่อนน้อม ไม่มุทะลุ หรือดึงดันเกินไป 

คิ้วทรงตรง 

คนที่มีคิ้วทรงตรง บอกเลยว่าเป็นคนมีเหตุผลมาก ๆ และให้ความสำคัญกับความคิด และ ตรรกะ แบบสมเหตุสมผล ระมัดระวังในการตัดสินใจ ทำอะไรด้วยความรอบคอบ จนอาจทำให้คนที่ไม่เข้าใจเกิดความรำคาญ เพราะความไตร่ตรองของคนคิ้วทรงตรง แต่คนแบบนี้จะเก่งในการรับมือและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดี และแทบจะน้อยมากที่จะเห็นคนแบบนี้คิดทำอะไรแบบหุนหันพลันแล่น 

เดี๋ยวนี้ เรื่องคิ้ว สามารถทำให้เป็นเรื่อง คิ้วท์ ๆ ได้ง่ายมากขึ้น ทั้งการสักคิ้ว 3 มิติ 5 มิติ หรือ 6 มิติ เลือกทรงได้ตามใจ ใครอยากมีคิ้วทรงไหน จิ้ม ๆ ชี้ ๆ นอนให้เขาเติมสวยให้ไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้ครองมงกุฏสวยสมใจอยู่บนใบหน้า คิ้วทรงไหนถูกใจ เลือกไว้แล้วไปแจ้งช่างกันเลยค่า

ไซยาไนด์อันตรายถึงชีวิต ต้องช่วยเหลือด่วน!

บทความนี้เราจะมารู้จักอาการเมื่อได้รับสารพิษไซยาไนด์ (Cyanide) เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที อาจเป็นคนรอบข้างหรือแม้แต่ตัวเราเอง 

ไซยาไนด์อันตรายอย่างไร 

ไซยาไนด์ คือ สารพิษที่ประกอบไปด้วยก๊าซไฮโดรเจน ไซยาไนด์ , โซเดียม ไซยาไนด์ และ โพแทสเซียม ไซยาไนด์ ซึ่งเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติในพืชบางชนิด เช่น มันสำปะหลัง หน่อไม้ ถั่วต่าง ๆ และจากการเผาไหม้ เช่น ท่อไอเสียรถ เป็นต้น สามารถการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้ทั้งในอากาศ น้ำ ดิน และ อาหาร ซึ่งการรับสารพิษตัวนี้เข้าสู่ร่างกายมีทั้งการสูดดม ซึมผ่านทางผิวหนัง ทางเยื่อบุ เช่น ดวงตา และ การกิน 

เมื่อสาร Cyanide เข้าสู่ร่างกาย ฤทธิ์ของไซยาไนด์จะไปยับยั้งการทำงานของเซลล์ในร่างกาย และยังไปจับกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงแทนที่ออกซิเจน ส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน ระบบกลไกทุกส่วนจึงหยุดการทำงานแบบฉับพลัน คนที่ได้รับไซยาไนด์จึงมีลักษณะเหมือนคนขาดอากาศหายใจตาย 

นอกจากนี้ ไซยาไนด์ยังไปกระตุ้นสาร nmda ในสมอง (สารสื่อประสาทในสมอง) ยับยั้งการสร้างกาบา และสารอื่น ๆ ในสมอง ทำให้เกิดภาพหลอน มึนงง ปวดศีรษะ หรือมีอาการบ้านหมุนฉับพลัน อาจชัก หมดสติ และเสียชีวิตอย่างรวดเร็วภายใน 10 นาที ดังนั้น การช่วยเหลือภายในช่วง 10 นาทีนี้จึงสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างมาก  

อาการของผู้รับสารไซยาไนด์ 

ปวดศีรษะ หน้าแดง ร่างกายอ่อนแรง รู้สึกสับสน แน่นหน้าอก หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ลมหายใจมีกลิ่นคล้ายอัลมอนด์ ใจสั่น หมดสติ หรือถ้ามีการสัมผัสสารไซยาไนด์ผ่านทางผิวหนัง จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีรอยแดงหรือเป็นสีชมพูเข้ม 

ปัจจัยที่ทำให้เราได้รับสารไซยาไนด์ 

การได้รับสารพิษไซยาไนด์อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้ 

  • การสูดดมหรือหายใจเอาควันที่มีการเผาไหม้วัตถุต่าง ๆ เช่น พลาสติก ยาง ผ้าบางประเภท 
  • ทำงานในกระบวนการที่มีการใช้ไซยาไนด์เป็นส่วนประกอบ เช่น ผลิตสารเคมี โรงงานอุตสาหกรรมชุบโลหะ เครื่องเงิน โรงงานพลาสติก การวิจัยสารเคมี การทำเหมืองแร่ ยาฆ่าแมลง ย่อมเสี่ยงต่อการหายใจ สูดดม หรือสัมผัส สารพิษไซยาไนด์เข้าสู่ร่างกาย 
  • ได้รับจากอุปกรณ์เครื่องใช้ประจำวันที่เมื่อเผลอกลืนกินเข้าไป จะเปลี่ยนให้กลายเป็นไซยาไนด์ เช่น น้ำยาล้างเล็บ น้ำยาทำความสะอาด เป็นต้น 
  • ควันบุหรี่ เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้คนได้รับสารไซยาไนด์ เนื่องจากในบุหรี่จะมี cyanide ค่อนข้างมาก และพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีไซยาไนด์ในกระแสเลือดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ 2.5 เท่า 
  • พืชบางชนิด เช่น เมล็ดและเปลือกในแอพริคอต พลัม พีช แพร์ แอปเปิล หากกินพืชเหล่านี้จำนวนมากเป็นเวลานาน ๆ จึงจะมีการสะสมและก่อให้เกิดอันตราย แต่สำหรับ หน่อไม้ มันสำปะหลัง ควรทานเมื่อสุกแล้ว 

เนื่องจากไซยาไนด์สามารถฆ่าคนตายได้ภายในเวลารวดเร็ว โดยเฉพาะหากกินไซยาไนด์เข้าไปในขณะที่ท้องว่าง พิษของไซยาไนด์ออกฤทธิ์และมีผลต่อร่างกายในเพียงไม่กี่นาที แต่ถ้ามีอาการอยู่เต็มกระเพาะจะช่วยหน่วงเวลาได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าเผลอสูดเอาไฮโดรเจนไซยาไนด์จำนวนมากเข้าไป จะเสียชีวิตภายในไม่กี่วินาทีเท่านั้น จึงควรให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเพื่อยื้อชีวิตคนป่วยให้ได้มากที่สุด 

การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับสารไซยาไนด์ 

  • กรณีสัมผัสไซยาไนด์ ให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาด
  • กรณีกินไซยาไนด์เข้าไป อย่าทำให้อาเจียน 
  • กรณีสูดดมก๊าซ หรือมีก๊าซรั่วไหล รีบนำตัวผู้ป่วยออกจากสถานที่มีก๊าซให้เร็วที่สุด 
  • กรณีผู้ป่วยหมดสติ ห้ามผายปอดเด็ดขาด   
  • รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ข้อนี้สำคัญมาก 

ทุกกรณี ผู้ที่ให้การช่วยเหลือ อย่าผายปอด หรือทำการใด ๆ ที่จะทำให้สูดลมหายใจผู้ป่วยเข้าสู่ร่างกายตนเองเด็ดขาด และควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันไม่ให้สัมผัสโดนไซยาไนด์จากตัวผู้ป่วยโดยตรง 

สังเกตอย่างไร แบบไหนคือ “อาการตาแดงโควิด” 

การกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 หลังสงกรานต์ 2566 ซึ่งเป็นสายพันธ์ุ XBB.1.16  หรือ โควิดอาร์คทูรัส (Arcturus) เป็นสายพันธุ์ย่อยแยกมาจากโอไมครอน ที่กำลังออกอาละวาดกว่า 22 ประเทศ ทั้งออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ หรือ อินเดีย จนทำให้มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงผู้ป่วยใหม่ในไทยที่เพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า โดยมีผู้ป่วยที่ต้องสวมท่อหายใจ และมีผู้เสียชีวิตแล้วจากอาการโควิดสายพันธุ์ดังกล่าว 

เราสามารถสังเกตอาการโควิดอร์คทูรัส คือ “อาการตาแดง” ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน ต่างจากการระบาดทุกรอบที่ผ่านมา แต่อาการตาแดงเกิดขึ้นจากหลายเหตุปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ฝุ่น pm 2.5 ภูมิแพ้ การเล่นน้ำที่ไม่สะอาด ผงแป้ง หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ เข้าตา แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ตาแดงแบบไหนคืออาการตาแดงโควิด หรือ เป็นตาแดงจากสาเหตุอื่น ๆ เรามีข้อเปรียบเทียบมาให้เพื่อน ๆ นักอ่าน ได้นำไปใช้เป็นข้อสังเกต ดังต่อไปนี้ค่ะ 

https://www.aao.org/

ลักษณะอาการตาแดงโควิด 

  • เยื่อบุตาอักเสบ 
  • ระคายเคืองตา 
  • คันตา
  • ตาบวม แดง 
  • ตาแฉะ มีขี้ตา 
  • ตาสู้แสงไม่ได้ 
  • น้ำตาไหล 

นอกจากนี้ยังมีอาการโควิดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บคอ คันคอ ระคายเคืองในลำคอ คัดจมูก ไอ มีไข้สูง เป็นหวัด ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่น ไม่สบายท้อง  

https://www.seriousreaders.com/

ลักษณะอาการตาแดงจากภูมิแพ้ 

อาการตาแดงจากภูมิแพ้จะคล้ายกับอาการตาแดงโควิด แต่จะมีข้อแตกต่างด้วยเช่นกัน 

  • คันตา 
  • ระคายเคืองตา 
  • แสบตา 
  • น้ำตาไหล 
  • ตาแดง 
  • มีขี้ตา 
  • เปลือกตาบวม แดง หรือ อักเสบ 
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมใต้เปลือกตา 

สาเหตุอาการตาแดงจากภูมิแพ้ เกิดจากการถูกปัจจัยต่าง ๆ กระตุ้น ก่อให้เกิดการอักเสบ ระคายเคือง หรือแพ้ เช่น อาหารทะเล ธัญพืช เนื้อสัตว์ นม ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ สภาพอากาศ สารเคมี เครื่องสำอาง น้ำหอม เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึง อาการโรคประจำตัวดั้งเดิมกำเริบ เช่น โรคหอบหืด โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคจมูกอักเสบ หรือ โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น 

ลักษณะอาการโรคตาแดง 

  • ตาแดง 
  • หนังตาบวม 
  • ระคายเคืองตา 
  • น้ำตาไหล 
  • มีขี้ตา
  • เจ็บคอ 
  • อ่อนเพลีย
  • (อาจ) มีไข้
  • (อาจ) มีเลือดออกที่ตาขาว
  • ต่อมน้ำเหลืองที่หน้า หรือ ใบหูโต กดแล้วเจ็บ 
  • มักจะเริ่มเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงค่อยลามไปอีกข้าง 
  • มักจะติดต่อไปยังคนรอบข้าง หรือ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด 

นอกจากนี้ โรคตาแดง มักจะพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน โดยสวนใหญ่มักเกิดการระบาดในชุมชนที่อาศัยกันแออัด หรือมีผู้คนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก สระว่ายน้ำ ที่ทำงาน ซึ่งโรคตาแดงสามารถพบได้ในทุกวัย แต่จะพบมากในเด็ก เนื่องจากเป็นวัยที่ขาดความระวังและการป้องกันตนเอง และความรุนแรงโรคตาแดงมีไม่มาก สามารถหายได้เอง 

จากข้อเปรียบเทียบที่เราได้นำมาฝากนี้ แม้ว่าลักษณะอาการตาแดงจะมีความคล้ายกันหลายอย่าง แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งนำไปสังเกตและเฝ้าระวัง พร้อมกับดูแลตัวเอง เมื่อเริ่มรู้สึกระคายเคืองตา ตาแดงผิดปกติ ให้รีบสังเกตว่าตรงกับลักษณะอาการตาแดงแบบไหนกันแน่ หรือรีบไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจวินิจฉัย จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที ก่อนที่จะสายเกินไปดีกว่าค่ะ 

How to บ่มผิวแทนอย่างไรไม่ให้ UV ทำร้าย เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง 

เข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัว แสงแดดแรงเต็มเหนี่ยวเช่นกัน แต่หน้าร้อนแบบนี้ ผิวแทนบ่มแดดก็ต้องมาแล้วนะ เพราะ ทะเล สายลม แสงแดด และ ผิวสีแทนบ่มแดด เป็นของคู่กั๊น คู่กัน แต่ยิ่งนับวัน UV ในแสงแดดก็ยิ่งทวีความรุนแรง พร้อมจะประหัตประหารผิวสวย ๆ ให้หมองไหม้ ดำคล้ำ และยัดเยียดมะเร็งผิวหนังมาให้อีกต่างหาก ดังนั้นใครที่อยากมีผิวแทนสวยแซ่บแบบปลอดภัย เรามีวิธีบ่มผิวแทนอย่างไรให้ห่างไกลมะเร็งผิวหนังมาฝาก ให้เพื่อน ๆ ได้ไปอวดผิวสวยเว่อร์รับ Summer นี้กันค่ะ 

เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดให้เพียงพอ

แดดเมืองไทยน่ะร้อนนนนน จนมีคนเปรียบเหมือนซ้อมอยู่นรกยังไงยังงั้น แถมเจ้าแดดตัวร้ายยังอัดแน่นไปด้วยยูวีตัวการก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง หวังจะได้ผิวแทนกลับได้ผิวเสีย อันนี้ไม่ไหวนะ ต้องใช้ตัวช่วยด้วยผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีคำว่า Broad spectrum คือ สามารถปกป้องผิวเราจากทั้ง UVA และ UVB ที่ก่อให้เกิดความหมองคล้ำ และริ้วรอยก่อนวัย ยิ่งไปกว่านั้นควรเลือกค่า SPF ให้เหมาะกับสถานที่และแรงของแดด เช่น ไปทะเล ควรเลือกครีมกันแดด SPF 50 ไปเลยค่ะ เพราะปัจจุบันแดดบ้านเราน่ะ ร้ายยยยย กว่าเมื่อก่อนมาก ค่า SPF ต่ำกว่า 50 อาจไม่เพียงพอไปเสียแล้ว แต่ถ้าเป็นที่กลางแดดโล่งแจ้งทั่วไป อาจเลือกครีมกันแดด SPF 30+ ขึ้นไป หรือ SPF 15+ เมื่ออยู่ในอาคารหรือหน้าจอคอม เป็นต้น 

เลือกเวลาอาบแดดให้เหมาะสม 

แสงแดดจะเริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. การอาบแดดโดยไม่ทำร้ายผิว แถมยังได้วิตามินดีฟรี คือ ช่วงเวลา 07.00 – 09.00 น. หรือไม่ควรเกิน 11.00 น. ยิ่งแดดทะเล ยิ่งมีความรุนแรงสูง สามารถแผดเผาผิวสวยให้เป็นผิวไหม้เสียได้ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการอาบแดดจากช่วงเวลาที่ส่งผลเสียต่อผิวดีกว่า 

ไม่โหมตากแดดเป็นระยะเวลานาน

ควรหมั่นพักในที่ร่มเป็นระยะ อย่าใช้เวลาในการตากแดดนานเกินไป โดยการตากแดดแต่ละครั้งประมาณ 15 – 30 นาที จากนั้นเข้าพักในที่ร่ม เพื่อได้พักผิวและสายตาจากความเข้มของรังสียูวี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจกตาจาก UV รวมไปถึงมะเร็งผิวหนังด้วยเช่นกัน 

ปกคลุมผิวจากแสงแดด 

เมื่อเข้าที่ร่มเพื่อพักจากการอาบแดด ควรหาผ้าปกคลุมหรือสวมใส่เสื้อผ้าปกปิดผิวด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้แผลถลอกหรือรอยไหม้จากการอาบแดดมีสีคล้ำมากขึ้น  

ตรวจสภาพผิวหลังอาบแดด 

เช็กสภาพผิวหลังจากอาบแดดทันที เพื่อตรวจสอบว่ามีผิวไหม้แดด หรือรอยถลอดตรงจุดไหนบ้าง และเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ หรือเจลว่านหางจระเข้ เพื่อเป็นการปลอบประโลมผิว และป้องกันการพุพองหลังจากการอาบแดด และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลฮอล์ เพราะจะก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ 

ทานอาหารที่มีเป็นมิตรต่อแสงแดด 

เลือกทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ของไลโคปีน เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มการป้องกันแสงแดดได้ถึง 30-33% โดยเฉพาะผักผลไม้สีส้มและสีแดง เช่น มะเขือเทศ แครอท ส้ม หรือ ดาร์กช็อกโกแลตที่อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกแสงแดดเผาไหม้ รวมไปถึงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มี คาเฟอีน ช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน 

ฉลองวันลูกหมาแห่งชาติ กับทริคการเลี้ยงลูกสุนัขที่ทาสหมามือใหม่ต้องรู้

ใครเป็นทาสหมาและใจละลายทุกครั้งที่ได้เห็นเจ้าต้าวสี่ขาตัวน้อยกันบ้างคะ รู้ไหมเอ่ย วันที่ 23 มีนาคม ของทุกปี คือ วันลูกหมาแห่งชาติ หรือ National Puppy Day 

Continue reading “ฉลองวันลูกหมาแห่งชาติ กับทริคการเลี้ยงลูกสุนัขที่ทาสหมามือใหม่ต้องรู้”

บทสวดเจ้าแม่กวนอิม กวงสีอิมผ่อสัก 

สำหรับใครที่ต้องการจะไปไหว้สักการะบูชาพระแม่กวนอิม เนื่องในวันคล้ายวันประสูติเจ้าแม่กวนอิม แต่มีภาระหน้าที่และต้องทำงาน ทำให้ไม่สะดวกเดินทางไปไหนในช่วงนี้ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่จะขัดขวางแรงศรัทธาที่มีต่อพระแม่กวนอิมได้ วันนี้เราจึงมาชวนทุกคนถือศีล งดเนื้อสัตว์ ปฏิบัติธรรม และสวดมนต์ภาวนาเพื่อให้ใจเป็นกุศลในวันเกิดเจ้าแม่กวนอิม และเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกันค่ะ โดยทางเราได้มีบทสวดพระแม่กวนอิมที่สามารถสวดบูชาเจ้าแม่กวนอิมอยู่ที่ห้องได้ทุกวันและทุกเทศกาลค่ะ 

วิธีไหว้บูชาเจ้าแม่กวนอิม 

เตรียมของไหว้ถวายเจ้าแม่กวนอิม มีดังนี้ 

  • น้ำชาจีน 1 ถ้วย 
  • ผลไม้ 2 สิ่ง (งด ละมุด พุทรา มังคุด) 
  • ดอกบัว 5 ดอก 
  • ธูป 5 ก้าน (มีหรือไม่มีก็ได้) 

สำหรับบทสวดมนต์เจ้าแม่กวนอิม หรือคาถาบูชาเจ้าแม่กวนอิมมีหลายฉบับ และเนื่องจากพระแม่กวนอิมเป็นที่เคารพอย่างมากทั้งในคนจีน คนไต้หวัน คนฮ่องกง รวมถึงคนไทย ทำให้บทสวดมนต์มีความหลากหลายในสำเนียงและภาษา ทั้งในแบบฉบับบทสวดเจ้าแม่กวนอิมธิเบต บทสวดเจ้าแม่กวนอิมภาษาจีน บทสวดเจ้าแม่กวนอิมเสียงผู้หญิง เสียงผู้ชาย รวมไปถึงบทสวดมนต์เจ้าแม่กวนอิมเสียงเด็กที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยในช่วงเทศกาลกินเจค่ะ  แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถสวดมนต์บทไหนก็ได้ตามที่ชื่นชอบ หรืออาจเลือกคาถาบูชาเจ้าแม่กวนอิมแบบย่อในช่วงที่เร่งรีบ หรือเพื่อท่องสวดง่าย ๆ ในเวลาช่วงทำงานก็ได้ค่ะ 

บทสวดเจ้าแม่กวนอิมแบบย่อ 

นำโม กวนซีอิม ผ่อสัก 

นำโม กวนซีอิม ผ่อสัก 

นำโม กวนซีอิม ผ่อสัก 

บทสวดเจ้าแม่กวนอิม นำโมไต๋ชื้อ

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่งง กวงไต่เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ) 

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่งง กวงไต่เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ) 

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่งง กวงไต่เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ) 

นำโมฮุก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโคว่ กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียออฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ซาผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งลี่ซิ้ง เจ็กเฉียก ใจเอียงห่วยอุ่ยติ้ง นำโมม่อออปวกเยี่ยปอล้อบิ๊ก 

คำแปล บทสวดเจ้าแม่กวนอิม ภาษาไทย 

ข้าพเจ้าขอนบน้อมแด่พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พระผู้เปี่ยมล้นด้วยพระมหาเมตตา พระมหากรุณอันยิ่งใหญ่ไพศาล ขอได้โปรดบำบัดทุกข์โศก โรคภัยอันตรายทั้งปวงให้หมดสิ้นไป ขอความสุขสมปรารานาทุกประการ จงมีแต่ข้าพเจ้า ขอเทพเจ้าเบื้องบน และเทพเจ้าเบื้องล่างทั้งหมด ได้โปรดปัดเป่า ให้เวรกรรมและสรรพเคราะห์ทั้งมวลจงหมดสิ้นไป 

บทสวดเจ้าแม่กวนอิม มหากรุณาธารณีสูตร

โชยชิ่ว โชยงั่ง บ่อไหง๋ ไต่ปุยซิมทอลอ นีจิ่ว (3 จบ) 

ปึงซือออนีทอ ยูไล้ (3 จบ ) 

นำมอ ฮอลาตัน นอตอลา เหย่ เย 

นำมอ ออลีเย ผ่อลูกิดตีวอปอลาเย 

ผู่ทีสัตตอพอเย หม่อฮอลสัตตอพอเย 

หม่อ ฮอเกียลูนี เกียเยงัน สัตพันลาฮัวอี 

ซูตัน นอตันเซ 

นำมอ สิดกิด ลีตออีหม่งออลีเย 

ผ่อลูกิด ตีสิด ฮูลาเลงถ่อพอ 

นำมอ นอลา กินซี 

ซีลี หม่อฮอพันตอซาเม 

สะพอ ออทอ เตาซีพง 

ออซีเย็น สะพอ สะตอ นอมอ พอสะตอ 

นอมอ พอเค มอฮัว เตอเตา 

ตันจิต ทองัน ออพอ ลูซี 

ลูกเกียตี เกียลอดี อีซีลี 

หม่อฮอ ผู่ทีสัตตอ สัตพอ สัตพอ 

มอลา มอลา มอซี มอซี ลีทอยิน 

กีลูกีลูกิดมง ตูลู ตูลู ฟาเซเยตี 

หม่อ ฮอฮัว เซเยตี ทอลา ทอลา 

ตีลีนี สิด ฮูลาเย เจลา เจลา มอมอ ฮัวมอลา หมกตีลี 

อีซี อีซี สิดนอ สิดนอ ออลาซัน ฮูลาเซลี 

ฮัวซอ ฮัวซัน ฮูลา เซเย 

ฮูลู ฮูลู มอลา ฮูลู ฮูลู ซีลี ซอลา ซอลา 

สิดลี สิดลี ซูลู ซูลู ผู่ถี่เย ผู่ถี่เย ผู่ถ่อเย ผู่ถ่อเย 

มีตีลีเย นอลา กินซี ตีลีสิด นีนอ 

ผ่อเย มอนอ ซอผ่อฮอ สิดถ่อเย วอผ่อฮอ 

หม่อฮอ สิดถ่อเย ซ่อผ่อฮอ สิดทอยีอี

สิดพันลาเย ซอผ่อฮอ นอลากินซี ซอผ่อฮอ 

มอลานอลา วอผ่อฮอ สิดลาเซง ออหมกเคเย 

ซอผ่อฮอ ซอผ่อหม่อฮอ ออสิดถ่อเย วอผ่ฮอ 

เจกิดลา ออสิดถ่อเย วอผ่อฮอ ปอทอมอกิดสิดถ่อเย 

ซอผ่ฮอ นอลากินซี พันเคลาเย ซอผ่อฮอ 

มอนอลี เซงกิดลาเย ซอผ่อฮอ 

นำมอห่อลาตัน นอตอลาเยเย 

นำมอออลีเย ผ่อลูกิตตี ชอพันลาเย ซอผ่อฮอ 

งันสิดดินตู่ มันตอลา ปัตถ่อเย วอผ่อฮอ 

อานิสงส์จากการสวดบทสวดมนต์เจ้าแม่กวนอิม 

การหมั่นสวดมนต์บูชาเจ้าแม่กวนอิมที่บ้าน นอกจากจะช่วยให้รู้สึกสงบและผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยในเรื่องของความเป็นสิริมงคลให้กับผู้สวดและคนในบ้าน ช่วยปัดเป่าความทุกข์ โรคภัยไข้เจ็บ และขับไล่ความอัปมงคลทั้งหลายให้ออกไปจากชีวิต หากท่านใดมีปัญหาติดขัดเรื่องงาน การเงิน ความรัก หรือต้องการขอพรโชคลาภ เชื่อกันว่าหากหมั่นสวดมนต์ภาวนาและตั้งจิตอธิษฐานขอพรอย่างแน่วแน่ ก็จะประสบสำเร็จผลได้ตามมุ่งหวังค่ะ 

บริการห้องเก็บของให้เช่าปลอดภัยแค่ไหน? หากจะใช้บริการห้องเช่าเก็บของต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

บริการเช่าห้องเก็บของถือว่าเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ด้วยความที่เป็นธุรกิจที่เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ที่เริ่มเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองกันมากขึ้น พร้อมทั้งพื้นที่ที่อยู่อาศัยก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป ทำให้ธุรกิจประเภทห้องเช่าเก็บของหรือ Self-storage service เกิดการขายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจากสถิติพบว่า ผู้ใช้ห้องเช่าเก็บของประเภทบุคคลกินสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ใช้ประเภทธุรกิจถึง 60:40 (ผู้ใช้ประเภทบุคคล:ผู้ใช้ประเภทธุรกิจ) เลยทีเดียว

Continue readingบริการห้องเก็บของให้เช่าปลอดภัยแค่ไหน? หากจะใช้บริการห้องเช่าเก็บของต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง?

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กอันตรายแค่ไหน ทำไมทั่วโลกจับตามองและเฝ้าระวัง 

ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตามองและยกระดับให้ โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก (Marburg birus disease) เป็นโรคอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง หลังจากที่พบมีการระบาดในประเทศอิเควทอเรียลกินี (Equatorial Guinea) โดยมีผู้ติดเชื้อหลายรายและมีผู้เสียชวิตจากโรคนี้ไปแล้วกว่า 9 ราย ในขณะนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่เป็นโรคที่พบเป็นครั้งแรก เพราะ WHO เคยได้ออกมายืนยันถึงการระบาดของไวรัสมาร์บวร์กในกานาครั้งแรกจนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย และมีผู้ติดเชื้อกว่า 100 รายที่ต้องทำการกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ เมื่อช่วงกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา 

ภาพจาก : https://www.medpagetoday.com/

การระบาดของเชื้อไวรัสมาร์บวร์กขยายเป็นวงกว้าง จากประเทศกานา สู่ อิเควทอเรียลกินี เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิติมากขึ้น กลายเป็นโรคติดต่ออันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่กระจายได้เร็ว ติดต่อกันได้ง่าย เมื่อติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง และ 90 % ของผู้ติดเชื้อจะเสียชีวิตภายในเวลา 7 วัน!

เราจะมาทำความรู้จักกับโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก การติดต่อของโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก สาเหตุเกิดจากอะไร การรักษา และวิธีป้องกันตนจากโรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กต้องทำอย่างไร เพื่อลดการระบาดของเชื้อโรคไม่ให้แผ่ขยายวงกว้างจนส่งผลกระทบกับระบบชีวิตและเศรษฐกิจโลกเหมือนตอนเกิดการระบาดโรคโควิด-19 

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์กคืออะไร

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก คือ ไวรัสตระกูล ฟิโลไวริเดอี (Filoviridae) ชนิดเดียวกับไวรัสอีโบลา (Ebola) ที่ก่อให้เกิดไข้เลือดออกรุนแรงในมนุษย์ และติดต่อแพร่ระบาดได้ง่าย (Hihhly infectious) 

เชื้อไวรัสมาร์บวร์กถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อไร

แม้ว่าตามข้อมูล จะพบการระบาดของโรคจนทำให้มีผู้เสียชีวิตในกานาครั้งแรกเมื่อปลายปี 2022 แต่เชื้อไวรัสมาร์บวร์กกลับถูกพบครั้งแรกในปี 1967 จากการติดเชื้อในห้องทดลองเมืองมาร์บวร์ก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ได้รับเชื้อจากลิงเขียวที่นำเข้าจากยูกันดาเพื่อใช้ในการวิจัยสำหรับทดลองการผลิตวัคซีนโปลิโอ เชื้อได้แพร่ระบาดในกลุ่มพนักงาน และหลุดรอดออกจากห้องปฏิบัติการจนระบาดทั่วเมืองมาร์บวร์กและแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และ เมืองหลวงของเซอร์เบีย อย่าง เบลเกรด จึงเป็นที่มาของชื่อไวรัสมาร์บวร์ก ต่อมามีการพบการระบาดในคองโก เคนยา ซิมบับเว ยูกันดา แองโกลา และกินี และอีกกรณีหนึ่งที่มีหญิงสาวได้รับเชื้อนี้หลังจากเดินทางไปเที่ยวชมถ้ำงูไพธอนในป่ามารามากามโบ (Maramagambo) ในประเทศยูกันดา เมื่อปี 2008 

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก สาเหตุเกิดจากอะไร 

ไวรัสมาร์บวร์กและไวรัสอื่น ๆ ที่อยู่ในตระกูล Filoviruse มีสัตว์เลือดอุ่นเป็นพาหะ เช่น ค้างคาว ลิง ลิงไม่มีหาง (Apes) โดยเฉพาะ ค้างคาวผลไม้อียิปต์ (Rousettus Aegyptiacus) สาเหตุที่ทำให้มีแพร่กระจายของเชื้อโรคในสัตว์สู่การระบาดโรคในมนุษย์ เกิดจากมนุษย์สัมผัสโดยตรงกับตัวสัตว์พาหะ หรือถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์เหล่านั้น การไปสัมผัสหรืออยู่ในบริเวณที่เป็นแหล่งอาศัยของค้างคาว เช่น ถ้ำ เหมือง โพรงไม้ หรือบุกรุกป่า รวมไปถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า ทำให้เชื้อไวรัสจากสัตว์แพร่สู่คนได้ง่าย 

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก อาการ 

หลังได้รับเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-21 วัน จากนั้นจะเริ่มมีอาการไข้สูง ไม่สบายหนัก ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยเนื้อต้ว ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ปวดท้อง เป็นตะคริว วันต่อมาจะเริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องหนักขึ้น ท้องร่วงเป็นเวลาติดต่อกันเกิน 3 วัน มีผื่นขึ้นแต่ไม่มีอาการคันบริเวณหน้าอก หลัง หรือช่วงท้อง 

เมื่อเข้าสู่วันที่ 3 ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงมากขึ้น มีไข้สูงต่อเนื่อง มีอารมณ์หงุดหงิด สับสน ก้าวร้าวรุนแรง จากผลกระทบความผิดปกติในระบบประสาทส่วนกลาง ในผู้ป่วยชายอาจมีการอักเสบที่อัณฑะร่วมด้วย ตลอดระยะเวลาที่มีอาการปรากฏ ผู้ป่วยจะมีอาการเซื่องซึม ซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลวงลึก สภาพคล้ายผีซาก (Ghost-like) ใบหน้าไร้ความรู้สึก และมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา 

ระบบการทำงานของอวัยวะหลายส่วนทำงานผิดปกติ จนกระทั่งเข้าสู่วันที่ 7 ผู้ป่วยจะมีเลือดออกรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกจากจมูก เหงือก และช่องคลอด และเสียชีวิตเนื่องจากการเสียเลือดมากจนช็อก 

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก การติดต่อและแพร่กระจายเชื้อช่องทางใดได้บ้าง 

เชื้อไวรัสมาร์บวร์กสามารถแพร่ได้ทางการสัมผัสผ่านผิวหนังที่มีบาดแผล และเยื่อบุต่าง ๆ จากการสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำลาย น้ำมูก เลือด ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำอสุจิ และของเหลวอื่น ๆ ของผู้ติดเชื้อ ที่ปนเปื้อนบนพื้นผิววัสดุต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของใช้ส่วนตัว ของร่วมสาธารณะ หรือการใช้เข็มร่วมกัน รวมไปถึงสถานที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ป่า ถ้ำ โพรง เป็นต้น 

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก การรักษาด้วยวิธีใด 

การวินิจฉัยทางคลินิกของโรคมาร์บวร์ก ยังคงเป็นเรื่องยากและไม่สามารถวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาการของโรคหลาย ๆ อาการมักจะแสดงออกคล้ายกับโรคติดเชื้อประเภทอื่น ๆ เช่น อีโบลา มาลาเรีย หรือไข้ไทฟอยด์ และ ยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนป้องกันโรคมาร์บวร์กโดยตรง มีเพียงแต่การรักษาตามอาการเพื่อประคับประคองให้มีโอกาสรอดชีวิต อาจจะมีการนำยาที่ใช้กับผู้ป่วยโรคอีโบลามาใช้กับผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก แต่ก็ยังไม่ได้มีการทดสอบและพิสูจน์ในทางการแพทย์ว่าจะได้ผลหรืออย่างไร 

โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ป้องกันได้อย่างไร 

เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนและยารักษาโรคเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก ดังนั้น การเพิ่มความตระหนักรู้ลักษณะการแพร่ระบาดให้ประชาชนได้เข้าใจ เฝ้าระวัง ทั้งในเรื่องของการรักษาความสะอาด การระวังตัวเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ การป้องกันตนเองในด้านการมีเพศสัมพันธ์ การแยกผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยติดเชื้อ รวมไปถึงมาตรการป้องกันโควิด19 อย่าง การสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง นับว่าเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้เช่นกัน  เพื่อให้ประชาชนได้มีความเตรียมพร้อมในการดูแลตนเองและคนใกล้ชิด ถือว่าเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสมาร์บวร์กได้ดีที่สุดในขณะนี้ 

แจก 5 สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ทำง่าย กินกับอะไรก็แซ่บ 

อาหารปิ้งย่างและอาหารทะเลพวกซีฟู้ดแสนอร่อย จะยิ่งอร่อยคูณ 2 หากได้น้ำจิ้มสุดแซ่บคู่กัน วันนี้เรามี สูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ ๆ ฉบับทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน พร้อมวิธีทำน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรต่าง ๆ  ที่จะมาเพิ่มอรรถรสอาหารจานโปรดให้แซ่บกว่าเดิม ถ้าพร้อมแล้ว ไปเติมความแซ่บกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรต่าง ๆ กันเลยค่ะ 

1. น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรลวกจิ้ม 

สูตรนี้อัดแน่นไปด้วยพริกเน้น ๆ ผนึกกับรากผักชี เพิ่มความหอมให้น้ำลายไหล และแซ่บซี๊ดสะใจ แต่ใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น กินคู่กับอาหารอะไรก็อร่อย ยิ่งกินคู่กับอาหารทะเลลวกจิ้ม บอกได้คำเดียว เด็ด!  

วัตถุดิบ

  1. พริกขี้หนู 
  2. รากผักชี
  3. กระเทียม 
  4. น้ำมะนาว
  5. น้ำตาลทราย 
  6. เกลือ 
  7. น้ำต้มสุก 

วิธีทำ

โขลกพริกขี้หนู รากผักชี กระเทียม เข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาลทราย เกลือ และ เติมน้ำต้มสุก ผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ 

2. น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรน้ำตาลปี๊บ 

น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรนี้จะใช้น้ำตาลปี๊บแทนน้ำตาลทราย ทำให้หวานกลมกล่อม โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมจากน้ำตาลปี๊บ โรยหน้าด้วยผักชียิ่งหน้าตาและความแซ่บนัวได้อย่างลงตัว กินกับอาหารทะเลเผายิ่งเข้ากั๊น เข้ากัน หรือจะใช้จิ้มกับอาหารปิ้งย่างอื่น ๆ ก็ฟินสุด ๆ 

วัตถุดิบ 

  1. พริกขี้หนู 
  2. กระเทียม 
  3. ผักชี 
  4. น้ำมะนาว 
  5. น้ำตาลปี๊บ 
  6. เกลือ 
  7. น้ำต้มสุก

วิธีทำ

นำพริกขี้หนู กระเทียม น้ำตาลปี๊บ โขลกเข้าด้วยกัน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะนาว เกลือ และน้ำต้มสุก ผสมจนเข้ากันดี ตักใส่ถ้วย โรยด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ 

3. น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรน้ำส้มสายชู 

น้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรโบราณ ที่ใช้น้ำส้มสายชูปรุงรสเปรี้ยวแทนน้ำมะนาว เพิ่มความหวานละมุนด้วยน้ำตาลปี๊บ ปรุงรสให้หวานอมเปรี้ยว และเค็มเล็กน้อย เป็นรสชาติแบบไทย ๆ ที่จะกินคู่กับอาหารทะเล ปิ้งย่าง ต้ม นึ่ง ก็อร่อยฟิน ชนิดที่ข้าวจานเดียวไม่พอ 

วัตถุดิบ 

  1. พริกขี้หนู 
  2. กระเทียม 
  3. น้ำส้มสายชู 
  4. น้ำตาลปี๊บ 
  5. ผักชี
  6. เกลือ 

วิธีทำ 

โขลกพริกขี้หนู กระเทียม และน้ำตาลปี๊บเข้าด้วยกัน จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูและเกลือ ปรุงรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย โรยด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ 

4. น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรถั่วตัด 

น้ำจิ้มซีฟู้ดที่ไม่ได้เน้นความผิด แต่ให้รสชาติหวาน เปรี้ยว และมัน ๆ นัว ๆ ด้วยรสของถั่วตัด มักจะใช้กินคู่กับปลาเผา ช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ดี และรสชาติละมุน ฟินกำลังดี หรือจะกินคู่กับทะเลเผา อย่าง กุ้งเผา ปู หรือหอย ก็อร่อยฟินไม่แพ้กันเลย 

วัตถุดิบ 

  1. พริกขี้หนู 
  2. รากผักชี 
  3. กระเทียม 
  4. น้ำมะนาว 
  5. น้ำตาลปี๊บ 
  6. ถั่วตัด 
  7. เกลือ 
  8. ผักชี (สำหรับโรย) 

วิธีทำ 

โขลกพริกขี้หนู รากผักชี กระเทียม น้ำตาลปี๊บ และถั่วตัดเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวและเกลือตามชอบ ตักใส่ถ้วย โรยด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ 

5. น้ำจิ้มซีฟู้ด สูตรสับปะรด 

สับปะรดที่เราทานกันเป็นผลไม้นี่แหล่ะค่ะ นอกจากจะนำไปทำอาหารเป็นข้าวสับปะรดได้แล้ว ยังนำมาใช้ทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดได้ด้วย เลิศใช่ไหมล่ะคะ และน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรนี้ อาจทำให้คุณติดใจกับรสชาติกลมกล่อมกำลังดี จากความหวานอมเปรี้ยวที่ได้จากสับปะรด จนอาจกลายเป็นสูตรน้ำจิ้มคู่ครัวของคุณในมื้อต่อ ๆ ไป 

วัตถุดิบ 

  1. พริกขี้หนู 
  2. รากผักชี
  3. สับปะรด
  4. กระเทียม 
  5. น้ำมะนาว 
  6. น้ำตาลทราย
  7. น้ำส้มสายชู
  8. เกลือ 
  9. น้ำปลา 

วิธีทำ 

นำพริกขี้หนู กระเทียม รากผักชี โขลกให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย น้ำปลา และเกลือ ใส่สับปะรดลงไปและผสมให้เข้ากัน ชิมรส ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ